รอบรู้เรื่องบ้านๆ


23 พฤษภาคม 2016

วัสดุปูพื้นสำหรับบ้านพักอาศัยที่ใช้กันอยู่ทั่วไปนั้นมีหลายชนิด เช่น ไม้จริง ไม้สังเคราะห์ หิน กระเบื้องเคลือบ แต่ละชนิดต่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน เช่น  ไม้จริงมีความทนทานและสวยงามเป็นธรรมชาติแต่ปัจจุบันเป็นวัสดุที่หายากและราคาสูง กระเบื้องเคลือบมีความแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย แต่แตกหักได้ง่ายเมื่อมีของหนักร่วงหล่นบนพื้นและเมื่อเกิดความเสียหายอาจจะหาสีและลายที่เหมือนกันได้ยากเพราะโรงงานเลิกผลิตไปแล้ว เป็นต้น วัสดุที่นิยมใช้มากในปัจจุบันจึงมักจะเป็นพื้นลามิเนตเพระมีคุณสมบัติที่สามารถใช้ทดแทนไม้ธรรมชาติและชดเชยจุดอ่อนของวัสดุประเภทอื่นได้

 

ลามิเนตเป็นวัสดุปูพื้นที่ได้มาจากการบดย่อยไม้เนื้อแข็งให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับสารอื่นๆแล้วนำมาอัดเป็นแผ่นด้วยแรงดันและอุณหภูมิสูง ทำให้ได้แผ่นพื้นที่มีลักษณะคล้ายไม้ตามธรรมชาติที่มีความคงทนแข็งแรงแต่ยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริงหลายเท่า

 

ลามิเนตแผ่นหนึ่งจะประกอบด้วยวัสดุต่างๆซ้อนกันเป็นชั้นๆเริ่มจากผิวหน้าที่เคลือบด้วยอลูมิเนียมออกไซด์ซึ่งเป็นสารที่มีความแข็งทำหน้าที่ป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี ชั้นถัดมาเป็นแผ่นฟิล์มลายไม้เคลือบด้วยเมลามีนเรซินที่ปิดทับบนแผ่นวัสดุไฟเบอร์บอร์ด ที่ทำมาจากการบดย่อยไม้เนื้อแข็งแล้วบดอัดให้เป็นแผ่นดังกล่าว ไฟเบอร์บอร์ดนี้เป็นชั้นแกนกลางของพื้นลามิเนตที่มีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้นและทนต่อการกระทบกระแทก ด้านหลังของแผ่นลามิเนตปิดทับด้วยแผ่นฟิล์มที่ทำหน้าที่ช่วยคงความสมดุลของพื้นลามิเนตและป้องกันการซึมผ่านของน้ำเข้าไปยังแกนกลางของพื้น เมื่อนำส่วนประกอบทั้งหมดนี้มาหลอมละลายให้เป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้พื้นลามิเนตมีความแข็งแรงตามคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดที่นำมาประกอบกันโดยที่แต่ละส่วนที่ประกอบกันนั้นไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เมื่อผลิตออกมาเป็นแผ่นแล้วจะนำไปทำลิ้นร่องรอบแผ่นเพื่อการประกอบเชื่อมต่อกันโดยไม่ต้องใช้กาวทำให้แผ่นพื้นลามิเนตสามารถเชื่อมต่อกันได้แน่หนาได้ง่าย

 

พื้นลามิเนตมีคุณสมบัติเด่นคือมีความแข็งแรงทนทาน คงทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในทุกสภาพอากาศ ทนรอยขีดข่วนรวมถึงทนทานต่อความร้อนสูง เช่น ไม่เป็นรอยไหม้เมื่อก้นบุหรี่ตกลงบนพื้น ง่ายต่อการดูแลรักษา สีของพื้นไม่ซีดจางตลอดอายุการใช้งาน และที่สำคัญคือช่วยลดการทำลายทรัพยากรป่าไม้